220408 - 230408
220408 ทำไม่คิด
ได้รับคอมเม้นท์จาก ปลา เกี่ยวกับเรื่องหนังสือปราย เลยส่งข้อความไปบอกว่าหนังสือเล่มนั้น ครั้งแรกที่ไปซื้อมี 3 เล่ม พอไปดูอีกทีเหลือเล่มสุดท้ายแล้ว ชั้นเองก็เกือบซื้อไม่ทัน ชื่อหนังสือมันคงเรียกความสนใจได้พอดู ถ้าเป็นคนที่รู้จักปรายแล้วซื้อไปก็คงดี แต่ถ้าได้พวกที่ซื้อไปงั้น ๆ นี่ก็เสียดายเหมือนกันนะ
พูดถึงหนังสือซะหน่อย ครั้งแรกที่ไปคือ โทรไปถามซีเอ็ดที่ห้างว่ามีหนังสือเล่มนี้มั๊ย สาวเสียงใสปลายสายบอกว่า หมดแล้ว ด้วยความดื้อด้านที่มีอยู่ ฉันไม่เชื่อ เลยไปดูที่ร้านอีกที ทั้งที่เคยดูแล้วเห็นแค่ passion café และก็ไม่มีจริง ๆ ตัดเดินออกมาจากร้านหน้าตาโง่ ๆ ที่ไม่ยอมเชื่อพนักงานคนนั้นและคิดว่า ถ้าจะได้อ่านคงได้อ่านเองแหละ
เหลือบมองไปเห็นร้านนายอินทร์ ที่เคยเข้าไปเพราะเพื่อนของปลา(No
.)ทำงานอยู่กะไปทักเพื่อน และเพื่อนของต้อม (No.ไหนนี่แหละ) ครั้งนั้นเพื่อนทั้งสองบอกว่า ไม่รู้จักนักเขียนชื่อนี้ แอบอารมณ์เสียและก็ไม่เข้าร้านนั้นเท่าไหร่ และวันนี้ (วันที่พูดถึง) ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านนายอินทร์ ตรงรี่เข้าไปชั้นที่มีผู้หญิงขาว ๆ ผมยาว ๆ ยืนอยู่ ผู้หญิงคนนั้นถือหนังสือรักโรแมนติกที่ปกสีขาว ๆ วางกันเป็นเซ็ทเดียวกัน (เกี่ยวมั๊ย?)
พอมองดูก็ อ้าว! มาถูกอีกต่างหาก เจอ Miss you ก่อนเลยมีกำลังใจว่าอาจเจอเล่มอื่นด้วย แล้วสายตาก็ละจากสาวผมยาวข้าง ๆ มาหาหนังสือปราย ตามการหาแบบรวดเร็วกวาดหาสันหนังสือสำนักพิมพ์ Freeform โอ้ว! แม่เจ้า เจอแล้ว!! อยากจะกรี๊ดให้ลั่นร้านแต่กลัวสาวแตกต่อหน้าสาวสวย (เกี่ยวมั๊ย?) สันปกมันไม่เหมือนกับเล่มก่อนหน้าต้องเป็น I hate you แน่ ๆ แต่ทว่าอยู่ชั้นล่างแถว ๆ หัวเข่าสาวเจ้ายืนอยู่พอดี เอ๊ะ!! ก้มลงไปเลยดีม๊ะ!! 55+ มีมารยาทนิดนึงละกัน ขอโทษนะคะ ฉันเอ่ยไป พอสาวเจ้าหันหน้ามาเต็ม ๆ แบบเต็ม ๆ ยืนยันว่าเต็ม ๆ สบสายตาป๊าบ!!! แม่อีตู่!!!!!
แม่อีตู่ เวรกรรม แต่ไม่ได้สวัสดีนะ ทำเป็นจำไม่ได้เพราะแม่แกคงจำฉันไม่ได้หรอก เจ้าแม่สองพันปี แม่อีตู่ โอ้วแม่เจ้า กุชอบคนอายุมากกว่าแต่ไม่ถึงขนาดนี้โว๊ย แต่แม่แกก็ยังเช้งกระเด้งเหมือนเดิม เท้าความไปหน่อย คุณตู่คือเพื่อนเก่าอี๊ดสมัยเรียนมัธยม และรู้จักกับคุณเพื่อน ต. ของฉัน ณ ปัจจุบัน แม่สาวสองพันปีอายุอานามปาไป 40 แต่สวยโคด ขาว คาดว่าศัลยกรรมหลายหมื่น หลายแสน เดินไปกะไอ้ตู่นึกว่าคู่เลสหรือไม่ก็พี่สาว ไอ้สัตว์นั่นแม่มัน 555+ เออ ตลกดีแอบปิ้งแม่เพื่อน แล้วก็ไม่กล้ามองอีก กลัวคุณแม่จำได้ เดี๋ยวมาถามถึงความหลังสมัยนู้นฉันจะไม่ปลื้มเอาง่าย ๆ วันนี้มาร้านเพราะเรื่องปัจจุบันค่ะ
ยาวเลย ฉันนี่ขี้โม้จริง ๆ ก็นั่นแหละก็ได้หนังสือด้วยอาการเปิ่น ๆ ของตัวเอง
........
ปลาฝากซื้อหนังสือเล่มนั้น วันเสาร์ว่าจะไปดูให้ หรือไม่ก็ไหว้วานให้ผู้ใหญ่หรือไม่ก็เด็กไปส่งที่ห้างหลังเลิกงานละกัน เอ๊ะ!! ปวดฉี่..ไปฉี่ก่อน
พอถาม ปลา ถึงสารทุกข์สุขดิบ ก็ได้เรื่องมาว่า ปลาก็ยังคิดถึงนกเล็กอยู่เรื่อย ๆ มา และยังอ่านไดอารี่นี้อยู่ เพราะเป็นที่เดียวที่เขียนถึงชีวิตนกเล็กบ้างละมั๊ง จริงแล้วก็เคยรู้ว่าคงมาอ่านบ้าง เมื่อครั้งที่มาทิ้งคอมเม้นท์ไว้ คาดว่านานละ ป่านนี้คงไม่มาอ่านละมั๊ง ไอ้ฉันก็ไม่ค่อยเข้าบล็อกสาธารณะของฉันเท่าไหร่ ไปทีไรก็ไม่เห็นบล็อก PN&NL อัพเดท ก็เลยคิดว่าไม่ได้เขียนแล้ว และก็ไม่ได้เข้าไปอ่านเลย แต่นั้นมา
จำได้ว่า ปลา อัพบล็อกสั้น ๆ ส่วนมากจะไม่ค่อยเลื่อนมาดูคอมเม้นท์ อ่านจบเอนทรี่คือจบ เห็นมั๊ยละว่าฉันไม่ได้สนใจอะไรใครเท่าไหร่ อยากไปอ่านก็ไปอ่านก็เท่านั้น ทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าปลาเขียนถึงนกเล็กมาก่อนหน้านานแค่ไหน รักมาก่อนหน้านานแค่ไหน แต่ฉันก็ยังทำ หน้าบล็อกนั้นก็จะหยุดอยู่ที่ Archive เสียเป็นส่วนใหญ่ละมั๊ง เลยไม่ได้สังเกตุว่ามีลิ้งค์ต่าง ๆ นานาอยูที่นั่นด้วย ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ยังไม่ปิดเทอม ยังไม่คิดว่าจะได้เขียนอะไรขนาดนี้เท่าไหร่ คงเป็นช่วงที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเขียนที่ไหนถูกใจที่สุด เลยเปิดทุกที่ที่เค้าให้ฟรี สุดท้ายก็ได้ที่นี่มา และก็เขียนเรื่องชีวิตไร้สารถของตัวเองไปเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องของตัวเอง ไม่มีใครสนใจ แต่พักหลังก็พบว่ามีเจ๊, มีเจ้าปลา (ที่คิดว่าคงอ่านแต่ช่วงแรก), มีคุณครูท่านนั้นที่มาอ่านบ้าง(หรือมาประจำก็ไม่รู้), และมีคนตัวเล็กที่อาจมาอ่านบ้างตามอารมณ์
ฉันไม่ได้ตั้งใจเขียนให้ใครอ่านอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ได้เขียนเอาใจใครที่ไหน ไม่ได้เขียนให้ใคร เพราะมันคือทุกเรื่องที่ฉันอยากเขียน และเรื่องที่นกเล็กอนุญาตให้เขียนได้ สารยายความเลว ความหงุดหงิด ความเห็นแก่ตัว ความเจ้าชู้ของตัวเองในแต่ละวันละมั๊งไม่ได้ถนอมน้ำใจใครแม้แต่น้อยและอาจทำให้ 3 คนสุดท้ายหยุดอ่านได้ด้วยเรื่องบางเรื่อง นั่นเพราะฉันเห็นแก่ตัวรึเปล่าที่แม้ทำร้ายใครฉันก็ยังจะเขียน ทำร้ายทั้งคนที่ใกล้ตัว ทำร้ายทั้งเพื่อน ทำร้ายทั้งคนที่ฉันคิดว่ารัก
นี่ละฉัน ทำเพื่อความสุขของตัวเอง นี่ฉันเคยแคร์ใครจริง ๆ บ้างมั๊ยนะ? หรือแท้จริงชีวิตฉันเอาแต่อารมณ์เป็นตัวตัดสินแทบทุกอย่างในชีวิตกันเล่า ...
..
ตอนเย็นอีตาชาย ช. โทรมาหา ก็เลยรับสายด้วยอาการอยากลืมเรื่องในหัว อะรับสักหน่อย ฉันบอกไปว่าเอารูปที่ไปเที่ยวไปลงบล็อกให้แล้ว (ตามความต้องการของเขาและแม่ฉัน) ประกาศไปเลยว่าไปเที่ยวด้วยกัน โธ่เวรกรำจริง ๆ นี่คนในบล็อกที่ผ่านไปเจอบล็อกคุณเค้าจะคิดว่าฉันกับคุณเป็นอะไรกันมั๊ยเนี่ย แต่คงไม่มั๊งเพราะฉันเลือกรูปโหด ๆ แปะไปละ 555+ ใครที่อ่านอยู่อยากแวะไปดูภาพสวีท ๆ (รึเปล่า) ก็แวะไปดูได้ทึ่บล็อกคุณชายเค้านะคะ คาดว่าประมาณวันศุกร์วันเสาร์ถึงจะ Public (โปรโมทให้เฉยเลย) คุยกันได้สักพักด้วยอารมณ์แปรปรวนของฉัน ฉันก็พูดเองซะส่วนใหญ่ ครั้งนี้ฉันเหมือนพูดคนเดียวไม่ยอมให้ฝ่ายนั้นพูด พอโมโหหน่อยก็เหวี่ยงเรื่องอื่นมาลงคนอีกคน นี่ละฉัน
เขาถามว่าบล็อกสาธารณะของฉันน่ะ เขียนสื่ออะไรรึเปล่า เหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความรักของใครเลย เขาก็ถามปกติไม่ได้ ไม่ได้นอย ไม่ได้อะไร มีสิทธิ์ที่ไหนกันเล่า จริง ๆแล้วนอยหน่อยก็ดีนะ จะได้ไปจากฉันซะที แต่ด้วยความเลวของฉัน ฉันก็ตอบเบี่ยงไปว่า ไม่มีอะไร ก็แค่ชอบปรายเฉย ๆ ทั้งที่ คนบางคนก็เลือกที่จะเงียบเพราะลำบากใจที่ต้องบอกไปว่า ไม่รัก บรรทัดนี้ฉันอยากบอกคุณ....
วันนี้คุยไม่นานเพราะฉันพูด พูด พูด จบก็ชิ่งวางสายไปเพราะทำงานให้พ่อ จบ..
...................
มีคนโทรมาหา เบอร์ไม่คุ้น โทรมาแล้วไม่ยอมพูด ได้ยินแต่เสียงเพลง เพลงอะไรไม่รู้จำไม่ได้ละ ไม่เคยได้ยิน คิดถึงเมื่อครั้งวัยรุ่นใหม่ ๆ ฉันทิ้งเด็กคนหนึ่ง เปล่า ๆ ไม่ได้ทิ้งกะเก็บไว้ แต่คุณปลา (No
) ออกฤทธิ์จนเด็กน้อยสู้ไม่ไหว โทรมาหาฉันตอนค่ำ ๆ แล้วเปิดเพลงให้ฟังเพลงนั้นคือ คนใจง่ายที่ไหนก็ทำ คิดตอนนั้น แม่งด่ากูชัด ๆ แต่วันนี้คนที่โทรมาไม่รู้ว่าเป็นใคร และเพลงที่ฟังอยู่นั่นมันเพลงอะไร
สักพักใหญ่ ๆ เบอร์อีกเบอร์โทรมา ทำอะไรอยู่รึเปล่าไอ้เด็กน้อย เสียงคุ้น ๆ ก่อนจะนึกได้ เลยตอบไปว่า สวัสดีค่ะ นาง......... พี่หมอก็หัวเราะ และก็ทักทายถามทุกข์สุขหน่อย ๆ ไม่คิดหรอกว่าจะโทรมาเพราะไม่ได้เจอกันด้วยซ้ำ และเบอร์ก็เบอร์ใหม่ พี่หมอถามเรื่องไทลอยด์ ที่ไปตรวจ ก็ถามปกติ สองฝ่ายไม่ได้มีปฏิกิริยาระลึกถึงความหลังอะไร คุยกันไม่นานแล้วก็วางสาย โทรมาก็คงเพราะแม่ต๋อยบอกว่าฉันไปหาหมอเมื่อวานนี้นั่นเอง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ
ปล.เคลียร์เจ๊หน่อยเพราะเจ๊แอบงง พี่ลี่ นี่จะมีเฉพาะคนที่บ้านพี่หมอเรียกเพราะเป็นคนจีน พี่อ้อย นี่เพื่อนสนิทเขาเรียก ส่วนอีชั้นเรียก พี่หมอ เพราะเรียกอย่างนั้นตั้งแต่เจอกัน สรุปแล้วเค้าก็คนเดียวกันนะเคอะ :p
...............................................
230408 แขนฉัน!!!
มาทำงานแต่เช้าพ่อมาส่งอีกละ 555+ ดีจริง ๆ ไม่ได้เสียค่ารถ แต่ก็แอบเจ็บที่ทำให้พ่อคิดมากถึงขนาดไม่กล้าปล่อยให้ฉันไปไหนเอง เพราะกลัวไม่ไปยังที่ ๆ บอกไว้ นี่ฉันไม่น่าเชื่อถือในสายตาพ่อแม่ขนาดนั้นเลยหรือ มาเกือบถึงก็ติดขบวนเสด็จประมาณ 20 นาที เฮอะ!!! พักหลังมาประชาชนไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่กับการเสด็จของท่านในชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้ สรุปว่าคนไปทำงานสายเป็นแถบ ๆ
อัยการ(คนที่เจ้าแม่ชอบ(ละมั๊ง)) เอางานมาให้ปริ้น ฉันเอางานไปส่งก็พบว่าเจ้าแม่อยู่ในห้องนั้นด้วย คุยอะไรกันไม่รู้ ไม่ได้อยากสู่รู้นะคะ แต่ฉันเอางานไปส่ง
เจ้าแม่ถามว่า เมื่อวานหนีเที่ยวหนองบัวลำภูอีกละเหรอ อ้าว!! นี่รู้อะไรเรื่องฉันอีกบ้างเนี่ย เพื่อนนี่ไว้ใจได้บ้างมั๊ยเนี่ย นี่ขายฉันไปเท่าไหร่ละว๊ะ ฉันตอบไปว่า ไปหาหมอ ก่อนเดินออกจากห้อง เจ้าแม่ดึงแขนไว้พลิกแขนขึ้นมาถามว่า เข้าน้ำเกลือด้วยเหรอ ฉันมองแขนตัวเองก็พบว่า แขนฉันช้ำวงบะเร่อ!!! ฉันเพิ่งเห็นนะเนี่ย ทำไมตอนอาบน้ำเมื่อเช้ามันไม่เห็นว๊ะ ถู ๆ ไปก็ไม่เจ็บด้วย รึไมได้สังเกต แต่ตอนนี้ชักเจ็บละ รอยมันน่ากลัวจริง ๆ ฉันตอบเจ้าแม่ไปว่า เปล่า ๆ แค่เจาะเลือด เจ้าแม่กวนประสาทฉันต่อหน้าอัยการหน้าสวยว่า เลือดบวกม๊ะ ฉันตอบไปว่า เฮอะ ๆ ได้จากพี่ไม่ใช่เหรอ และก็หัวเราะกันไม่ได้คิดอะไร นี่ถ้าไม่หัวเราะฉันคงกลับมาคิดว่า ในฐานะที่พูดกับผู้ใหญ่คำนี้มันแรงไปปะ - - ก็กัด ๆ กันไปแบบนี้แหละ หมั่นไส้อัยการหน้าหวานด้วยมั๊ง นี่หาให้แมนกว่านี้ไม่ได้รึไงฟร๊ะ!!! 55+ ไม่มีอะไร แค่ฮา ๆ ของเช้านี้
ไว้มีอะไรเพิ่มจะมาเขียนต่อ... |